การจัดการอุบัติเหตุฉุกเฉินในสถานประกอบการ: ทำไมการเตรียมตัวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรรอช้า
ความจริงว่าอุบัติเหตุฉุกเฉินไม่ได้เลือกเวลา
ผมเขียนบทความนี้เพราะเห็นมากเกินไปว่า สถานประกอบการส่วนใหญ่มองเรื่องการเตรียมตัวรับมือกับอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว เหมือนว่ามันจะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นในโรงงานของคนอื่น ไม่ใช่ของตัวเอง ความจริงนั้นโหดร้ายกว่าความเห็นพวกนั้นมาก
ทุกปี มีสถานประกอบการหลายแห่งเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแรงงาน หกล้ม ไฟไหม้ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ผู้ที่เสียหายจะไม่มีเวลาให้สถานประกอบการนั้นเตรียมตัวทีหลัง เมื่อเกิดเหตุแล้ว ทุกนาทีมีความสำคัญ
สิ่งที่ผมพบเห็นจากการปรึกษาหลายสถานประกอบการคือ ส่วนใหญ่ไม่มีแผนที่ชัดเจน ไม่มีทีมช่วยเหลือเบื้องต้นที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีการซ้อมเหตุการณ์ฉุกเฉิน นี่คือช่องว่างที่ต้องปิด ทันตรงเดี๋ยวนี้
ช่วยเหลือเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องหมอเท่านั้น
คนทั่วไปบ่อยครั้งคิดว่า ช่วยเหลือเบื้องต้น (First Aid) เป็นเรื่องที่เฉพาะหมอและพยาบาลเท่านั้นที่ต้องรู้ แต่นั่นคือการเข้าใจผิด ในสถานประกอบการ ช่วยเหลือเบื้องต้นที่ถูกต้องนั้นเป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรมี
เหตุผลนั้นง่ายมาก: เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง การรับวัฟซีพีอาร์ (CPR) ในช่วงนาทีแรกสามารถเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตได้ถึง 70% ถ้าหลังจากนาทีแรก คนข้างเคียงยังไม่เคยลองทำ ก็ต้องรอสติ้คนพยาบาล ซึ่งต้องใช้เวลา นั่นคืออันตรายจริง
ผมไม่ใช่คนหวาดแหวว หรือพยายามหลอกคุณให้กลัว แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่ วิกิพีเดีย และหลายแหล่งข้อมูลด้านสาธารณสุขสนับสนุน
ทีมช่วยเหลือเบื้องต้นของสถานประกอบการ ต้องเป็นอย่างไร
ทีมช่วยเหลือเบื้องต้นที่มีประสิทธิผล ต้องประกอบด้วยบุคลากรจากหลายแผนก ไม่ใช่เพียงชั้นบริหาร หรือพยาบาล หากมี ลองนึกดู หากเกิดอุบัติเหตุเมื่อพยาบาลอยู่ห่างไกล คนเหล่าไหนจะเป็นคนแรกมาถึง? คำตอบคือ เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา หรืออาจารย์ใหญ่ถ้าเป็นโรงเรียน
ทีมนี้ต้อง:
- ได้รับการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ถ้าเป็นไปได้ จากหน่วยงานที่รับรองมาตรฐาน
- ฝึกซ้อมประมาณทุก 2-3 เดือนอย่างน้อย เพื่อให้มือไม่เสื่อม
- มีเครื่องมือช่วยเหลือเบื้องต้นที่มีคุณภาพและครบถ้วน เช่น ลังหลังไม้ผ้าพันแผล ที่ดีดจากลิงก์ตรวจสอบได้
- รู้ว่าต้องให้บริการเฉพาะเท่าที่ได้รับการฝึก อย่ามีความเสี่ยง
แผนรับมือฉุกเฉินต้องเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงกระดาษ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยคือ สถานประกอบการมีหนังสือแผนรับมือฉุกเฉินเรียบร้อย เขียนไว้หลากหลาย แต่ไม่มีคนอ่าน ไม่มีคนรู้ ไม่มีการซ้อม เดือนก่อนหน้าหนังสือนั้นถูกตะแกรงแก้ว นอนอยู่บนชั้นวาง
ผมไม่ได้ว่าคุณ ต้องเขียนแผนบูรพัญเหล่านั้นจริง แต่ต้องทำให้มันใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น:
- ทุกคนต้องรู้จุดนัดพบ: ที่พบกันเมื่อต้องอพยพด่วน อยู่ที่ไหน ทำไมไม่เพิ่มป้ายบอกทาง หรือทำการซ้อมนี้ในวัน Orientation ของพนักงานใหม่?
- ต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจน: ใครเป็นผู้บัญชาการหลัก ใครจะเรียก 911 ใครจะบริหารจัดการการจราจร ใครจะติดต่อครอบครัว?
- ต้องซ้อมให้เห็นจริง: ทำให้ผิดพลาด เรียนรู้จากความผิดนั้น ซ้อมจนกว่าจะโหลวาร
ผมเคยไปยังโรงงานแห่งหนึ่งแล้วเห็นว่า ที่พักเครื่องมือหกล้มเสาะ ตั้งอยู่ห่างไกลจากตำแหน่งที่มีอันตรายสูงที่สุด การปีนไปขอของนั้นต้องใช้เวลา 3-4 นาที ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน นี่คือเวลาที่อาจเปลี่ยนชีวิต
ข้อมูลประชากรยังคงบอกเรื่องเศร้า
ทั่วโลก คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุแรงงานนับแสนคนต่อปี การบาดเจ็บที่สามารถป้องกันได้นั้นหลายโดยไม่ได้เป็นเพราะขาดความปลอดภัยเท่านั้น แต่เป็นเพราะขาดการเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดเหตุ
ถ้าหากสถานประกอบการแต่ละแห่งมีทีมช่วยเหลือเบื้องต้นที่พร้อม อย่างไรก็ตาม คิดว่าจำนวนการเสียชีวิตจะลดลงเท่าใด
ขั้นตอนปฏิบัติจริง: ตั้งแต่วันนี้ เริ่มได้เลย
ถ้าคุณเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเขียน ข้างล่างนี้คือสิ่งที่ต้องทำ ไม่ซับซ้อนเลย:
ขั้นตอนที่ 1: ประเมินความเสี่ยง
สถานประกอบการของคุณมีความเสี่ยงอะไรมากที่สุด? ไฟไหม้? หกล้ม? การบาดแผลจากเครื่องมือ? เริ่มจากจุดนี้ ไม่ต้องทำให้ซับซ้อนไปก่อน
ขั้นตอนที่ 2: สรรหาและฝึกอบรมทีมช่วยเหลือเบื้องต้น
ไม่ต้องการหาคนมากนัก 3-5 คนเพียงพอ ขึ้นอยู่กับขนาดของสถานประกอบการ ค้นหาหลักสูตร First Aid ที่มาตรฐาน บ่อยครั้ง หน่วยงานรัฐ หรือ NGO ต่างๆ มีการสอนฟรีหรือราคาถูก
ขั้นตอนที่ 3: จัดระเบียบเครื่องมือและเชื้อเพลิง
ตรวจสอบกล่องปฐมพยาบาลของคุณ เขาเปลี่ยนผ้าพันแผลหรือไม่? วันหมดอายุของยาคืนไหน สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ
ขั้นตอนที่ 4: ซ้อมจริง
ซ้อมอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ให้ใจจริง ดูว่ามีปัญหาอะไร ปรับปรุง
ความเห็นส่วนตัวของผม
ผมคิดว่า สถานประกอบการที่ไม่